วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วิวัฒนาการการศึกษาไทย ตอนที่ 2


คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 3

1. แนวคิดทางการศึกษาของไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียน มีสาระสำคัญอะไรบ้าง
ตอบ      การศึกษาไทยยุคก่อน เป็นการจัดการศึกษาที่ไม่มีระบบและไม่มีแบบแผน คือ ไม่มีระบบโรงเรียน และชั้นเรียน วัดเป็นแหล่งให้ความรู้ มีพระภิกษุเป็นผู้สอนเพียงเพื่อประกอบอาชีพ วิชาความรู้ส่วนใหญ่ที่ถ่ายทอดไม่มีการจดบันทึกไว้ ใช้ความสามารถในการท่องจำมากกว่า

2. สมัยกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยา การจัดการศึกษาเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรอธิบาย
ตอบ      เหมือนกัน เพราะ การจัดการศึกษายังคงมีวัดเป็นสถานที่ศึกษา มีพระภิกษุเป็นผู้สอนและยังคงมีผู้ชายเท่านั้นที่สามารถเรียนได้

3. อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนมีระบบโรงเรียนมีอะไรบ้าง
ตอบ      อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนทำให้บาทหลวงสอนศาสนาที่การสอนวิธีเรียนแบบตะวันตกรวมถึงการค้าขายกับชาติตะวันวันตก

4. การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีความก้าวหน้าอย่างไร
ตอบ      การจัดการศึกษาในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการเปลี่ยนแปลงไม่เด่นชัดมากนัก ชาวบ้านที่มีฐานะดีและข้าราชการ นิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาเล่าเรียนที่วัด และการจัดการศึกษาตอนต้นรัตนโกสินทร์ เริ่มนำวิทยาการใหม่ ๆ จัดพิมพ์ตำราเรียน เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาของไทย

5. แบบเรียนเล่มแรกของไทยชื่อ เกิดในสมัยใด ตรงกับรัชกาลใด มีที่มาอย่างไร
ตอบ      หนังสือจินดามณีในรัชสมัยพระนารายณ์มหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 27
แห่งสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199-2231) ฝรั่งเศสได้มาติดต่อค้าขายและได้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ ตั้งโรงเรียนสอนศาสนาคริสต์ ประดิษฐ์ตัวพิมพ์อักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรก และสอนวิชาการแบบยุโรป เกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ ภาษาฝรั่งเศส ต่อเรือ การก่อสร้าง ทำให้พระองค์เกรงว่าคนไทยจะหันไปสนใจเข้ารีตและนิยมฝรั่ง จึงทรงรับสั่งให้พระโหราธิบดี แต่งหนังสือแบบเรียนภาษาไทยเป็นของตนเอง ชื่อ “จินดามณี” ใช้เริ่มอ่านจนกระทั่งหัดเรียนรู้วรรณคดีและอักษรศาสตร์ไทยชั้นสูง จึงทำให้เกิดแบบเรียนเล่มแรกของไทย

6. การจัดการศึกษาภาคบังคับ มีลักษณะเป็นอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      การศึกษาแบ่งออกเป็นสองภาคคือ ภาคการศึกษาสำหรับทวยราษฎร์ ได้แก่ ประถมศึกษา เป็นการศึกษาภาคบังคับ มีความรู้ทั้งฝ่ายสามัญศึกษาและวิสามัญศึกษา มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับผิดชอบชั่วดี และภาคศึกษาพิเศษ เรียกว่ามัธยมศึกษา เรียนทั้งสามัญและวิสามัญ ไม่บังคับให้เรียนทุกคน

7. การจัดการศึกษาที่เรียกว่า มาติกาศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      1. ตำบลที่เล่าเรียนคือที่ตั้งของวัดสถานที่ใช้ในการศึกษาเล่าเรียนกันนั้นคือที่วัด
วัดเปรียบเสมือนโรงเรียนที่ใช่ในการศึกษา    
  2. โรงเรียนคือ ที่เรียนในวัด เช่น หอฉัน หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ กุฏิและวิหาร
ในการเรียนนั้นจะเรียนกันตามที่ต่างๆในบริเวณวัด เพราะไม่มีห้องเรียน
3. นักเรียนและครู มี 3 ประเภทคือ ภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด  บุคคลที่มาศึกษาเล่าเรียนและเ เป็นอาจารย์ผู้สอนคือภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด
4. เวลาเรียน คือ ตอนพระว่าง ในการเรียนนั้นจะต้องรอให้พระว่างจากการทำกิจสงฆ์ก่อน
จึงจะสามารถมาสอนหนังสือ
5. เครื่องเล่าเรียนคือ กระดานชนวน ดินสอพอ กระดาษข่ายและปากกาไม้ไผ่
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน กระดานชนวน ดินสอพอ กระดาษข่ายและปากกาไม้ไผ่
6. วิชาหนังสือคือ หนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบ หนังสือที่เรียนรู้กันนั้นจะมีหนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบเพื่อใช้ในการเรียน
7. วิชาเลขคือ เลขคณิตวิธีต่าง ๆ วิชาที่เรียนนั้นจะเกี่ยวกับเลข จะสอนในเรื่องวิธีการคิดต่างๆเกี่ยวกับเลขคณิต
8. ข้อบังคับการเรียนคือ ระเบียบวินัย การลงโทษ และการชมเชย
ในการมาศึกษาเล่าเรียนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบกติกาที่ได้กำหนดเอาไว้ ถ้าทำผิดก็ต้องลงโทษว่าไปตามผิด ถ้าทำถูกปฏิบัติถูกต้องก็จะได้รับคมชมเชยในทางที่ดี

8. การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับสมัยใด จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทย ที่พระบรมมหาราชวังเป็นโรงเรียนแห่งแรกของไทย มีพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) เป็นอาจารย์ใหญ่   มุ่งที่จะฝึกคนเข้ารับราชการ เรียนภาษาไทย การคิดเลข และขนบธรรมเนียมราชการ

9. การปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      เห็นด้วย เพราะการปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันจะทำให้เปลี่ยนองค์กร องค์กรและตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ปฏิรูป 3 ระยะคือ จัดตั้งศูนย์ปฏิรูปการศึกษา เปลี่ยนสำนักปฏิรูปเป็นสำนักงานโครงการนำร่อง และประกาศเขตพื้นที่การศึกษาอีกทั้งปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษาทำให้เกิดการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาและหน่วยปฏิบัติมีอิสระ คล่องตัวมากขึ้นประชาชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมจัดการศึกษา ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานทุกระดับ และผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นตามศักยภาพ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งหวังของคนไทยในเรื่องของคุณภาพของคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบรูณ์ ซึ่งเพื่อนำพาประเทศไปสู่สากล

10. ท่านเข้าใจการจัดการศึกษาเข้าสู่สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างไร
ตอบ      การจัดการศึกษาเตรียมเข้าสู่สมาคมอาเซียน สร้างความตระหนัก หลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่ต้องปรับระดับการศึกษาให้คุณภาพมีระบบมากขึ้น และต้องเตรียมบุคลากรครูและนักเรียนเพื่อรองรับสู่การแข่งขันกับประเทศในอาเซียน และขยายโอกาสทางการศึกษาที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและเศรษฐกิจของยุคโลกาภิวัฒน์
สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ มีอยู่ 4ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอาเซียน จัดทำคู่มืออาเซียน ทำหลักสูตรอาเซียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา พัฒนาศักยภาพของนักการศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 2 คุณภาพและโอกาสทางการศึกษา สร้างโอกาสทางการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา บรรลุเป้าหมายเพื่อปวงชน ปีพ.ศ.2558 และเพิ่มคุณภาพการศึกษาการจัดมาตรฐานการศึกษา การศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนาวิชาชีพครู
ยุทธศาสตร์ที่ 3 เคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนและการจัดการศึกษาให้มีความเสมอภาค จัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและสภาพเศรษฐกิจของยุคโลกาภิวัฒน์
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรรายสาขาอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการศึกษา สนับสนุนการศึกษาเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม การจัดการความเสี่ยงและภัยพิบัติ การจัดการศึกษาเพื่อสิทธิมนุษยชน การจัดการศึกษาเพื่อป้องกันโรคเอดส์เป็นต้น

วิวัฒนาการศึกษาไทย ตอนที่ 1



1. ปรัชญาสารัตถนิยมปรัชญาสารัตถนิยมนั้นจะเน้นในด้านการเรียนรู้ การสร้างวินัยในตนเอง ครูผู้สอนและผู้เรียน การศึกษามาจากครูมิใช่ผู้เรียน ครูเป็นผู้ให้นักเรียนเป็นผู้รับ หลักสูตรเน้นเนื้อหาวิชาและวิธีสอนให้นักเรียนมุ่งรับรู้และจดจำใช้การปาฐกถาเข้าไป

2. ปรัชญานิรันตรนิยม
ปรัชญานิรันตรนิยม เกิดจากการสนธิคำจากคำว่า “สาระ+อัตถ”  ดังนั้น ปรัชญานิรันตรนิยม คือการศึกษาถึงเนื้อหาวิชาและแก่นสาระพื้นฐานส่วนสำคัญ  ปรัชญาสารัตถนิยมมาจากพื้นฐาน 2ปรัชญา ก็คือ ปรัชญาจิตนิยมและปรัชญาสัจนิยม โรงเรียนส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม เน้นระเบียบวินัยผู้สอนเป็นศูนย์กลาง ใช้วิธีการบรรยายในการรับรู้ จดจำ ใช้การออกกำลังกายในการสร้างผู้เรียนให้มีวินัย

3.ปรัชญาพิพัฒนาการนิยมปรัชญาพิพัฒนาการนิยม เป็นปรัชญาที่เน้นการต่อต้านแต่การศึกษาแบบดั้งเดิมที่มักจะเน้นแต่เนื้อหาท่องจำอย่างเดียว ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ครูเป็นผู้จัดประสบการณ์หรือกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนรวมอยู่บนพื้นฐานและความสนใจของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องโดยเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตจริง ใช้วิธีสอนแบบปรัชญาตามหลักวิทยาศาสตร์ครูเป็นผู้ชี้แนะจัดกิจกรรม

4.ปรัชญาปฏิรูปนิยมปรัชญาปฏิรูปนิยม ปฏิรูป คือ การบูรณะหรือการสร้างขึ้นใหม่ ปฏิรูปนิยมจึงมุ่งการปฏิรูปสังคม ขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าสังคมในปัจจุบันมีปัญหา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และศิลปวัฒนธรรมเป็นเหตุต้องแก้ปัญหาอยู่เรื่อย ๆ จึงต้องหาทางสร้างค่านิยมและแบบแผนของสังคมขึ้นใหม่ เน้นหาค่านิยม สร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมอีกทั้งต้องเตรียมคนสู่สังคมใหม่พัฒนาสังคมให้ดีขึ้น ปฏิรูปนิยมมีพื้นฐานมาจากปรัชญาปฏิบัตินิยม ผสมผสานกับปรัชญาพิพัฒนาการโรงเรียนจะต้องจัดกิจกรรมอย่างอิสระ ยืดหยุ่น ผู้เรียนได้รับประสบการณ์และทักษะตามวิถีทางประชาธิปไตย

5.ปรัชญาอัตถิภาวนิยม (existentialism)ปรัชญาอัตถิภาวนิยม เป็นปรัชญาที่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบที่ทำให้มนุษย์มีความสมบูรณ์ยิ่ง เพราะเชื่อว่ามนุษย์มิใช่วัตถุแต่มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึก มีความต้องการ และมีความเป็นตัวของตัวเองผู้คิดค้นปรัชญาอัตถิภาวนิยม คือ ซอเร็น เคียร์เคอกอร์ อัตถิภาวนิยม ปรัชญาอัตถิภาวนิยม เกิดจากคำสองคำ คือ “อัต = ความเป็นอยู่ + ภาวะ = สภาพความมีอยู่” การจัดการสิ่งแวดล้อมจึงมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กจะเรียนรู้และดูดซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น

6.พุทธปรัชญาพุทธปรัชญา ซึ่งได้แนวคิดมาจากพระพุทธศาสนา (Buddhism) และปรัชญาการศึกษาอื่นๆ การศึกษาในพุทธปรัชญา คือ การศึกษาเพื่อให้เข้าใจความจริง เข้าใจความหมายของชีวิต ทั้งดำรงชีวิตให้สอดคล้องสัมพันธ์กับความจริงโดยใช้เหตุและผล พุทธปรัชญามีจุดมุ่งหมายจะต้องมุ่งพัฒนาโลภ โกรธ หลงให้ลดลง และพัฒนาความรู้ ความจำ นิสัยและอื่นๆในทางที่เหมาะสม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

สรุปย่อการศึกษาไทย

"สรุปย่อการศึกษาไทย"



วิวัฒนาการศึกษาไทย
ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ
    การศึกษาสมัยนี้มีบ้านและวัดเป็นศูนย์กลาง บ้านเป็นศูนย์กลางในการขัดเกลาจิตใจสมาชิกในบ้าน วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยพระเป็นผู้อบรมสั่งสอนธรรมะ  ผู้ชายนิยมบวชเรียน ส่วนผู้หญิงนิยมเย็บปักถักร้อย

ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย
     ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ผู้ชายเน้นบวชเป็นพระ ซึ่งศึกษาพระไตรปิฏกส่วนผู้หญิงเน้นการเป็นกุลสตรีที่ดี การเป็นแม่บ้านแม่บ้านเพื่อให้ตัวเองเป็นภรรยาที่ดีของสามี
สถานที่ศึกษาในสมัยนี้แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. บ้าน เป็นสถานที่เริ่มต้นของผู้ชายและผู้หญิงทุกคน โดยอบรมบ่มเพาะจากบิดามารดา
2. วัด เป็นสถานที่ที่ศึกษาสำหรับผู้ชายเป็นพระเพื่อศึกษาพระไตรปิฏก จริยธรรม คุณธรรม ส่วนผู้หญิงจะเรียนเกี่ยวกับฝึกความเป็นกุลสตรี การเย็บปักถักร้อย
3. สำนักราชบัณฑิต สำหรับผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ศึกษาวิชาชีพที่สูงขึ้นมา
4. วัง สำหรับเชื้อราชวงศ์ ศึกษาเกี่ยวกับยุทธหัตถี การปกครอง

ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
    ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. แบบทหาร เรียนเกี่ยวกับการใช้ดาบ ง้าว ศัสตราวุธ ขี่ม้า ขี่ช้างและตำราพิชัยสงคราม เพื่อนำไปปกป้องการรุกรานจากต่างประเทศ
2. แบบพลเรือน พลเรือนชายจะศึกษาพระไตรปิฏก เลข ภาษาและโหราศาสตร์ โดยมีคำพูดที่ว่า “ถ้าไม่บวชเรียน จะไม่ได้รับราชการ” ส่วนผู้หญิงเรียนเพื่อออกเรือน เรียนพวกเย็บปักถักร้อย,ทำอาหาร,แกะสลัก เป็นต้น
สมัยอยุธยามีการแต่งหนังสือ "จินดามณี" และตั้งโรงเรียน " มิชชันนารี"

ประวัติศาสตร์สมัยธนบุรี
    ศูนย์กลางการศึกษาอยู่ที่วัด พ่อแม่จะพาลูกไปฝากที่วัด โดยมีพระสงฆ์สอนหนังสือ หนังสือที่ใช้ในการอบรมสั่งสอนมีหนังสือจินดามณี ด้านอาชีพ ลูกจะประกอบอาชีพจากพ่อแม่ ซึ่งถ่ายทอดแก่ลูก สตรีนิยมไม่ให้เรียนหนังสือ จะให้เรียนพวกเย็บปักถักร้อย พวกงานบ้านงานเรือนมากกว่า

ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์
    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยให้เด็กชายเข้าวัดให้เรียน อ่าน เขียน หลักคำสอนศาสนา โดยชนชั้นขุนนางจะเรียนปรัชญา เครื่องกล เครื่องมือและกลไก ในสมัยนี้ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ แต่ก็ยังคงมีบางคนสามารถอ่านออกเขียนได้บ้าง

ประวัติศาสตร์สมัยใหม่
   เริ่มมาจากสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเอาการศึกษาตะวันตกมาเกี่ยวข้องในประเทศไทย มีการเลิกทาสโดยมีความทัดเทียมในการศึกษาและมีการให้ความสำคัญของการศึกษาจนปัจจุบันมีติวเตอร์เข้ามาแทรกแซงเกี่ยวกับการศึกษาไทยมากขึ้น อาจจะส่งผลถึงปัญหาในภายภาคหน้าก็เป็นได้

ประวัติการศึกษาไทย
    การศึกษาไทยสมัยก่อน จะอยู่ที่บ้าน วัด หรือวังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้มีการสอนภาษาอังกฤษในพระราชสำนัก  ตอนยุคเกิดการล่าอาณานิคม จากตะวันตก และรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้มีความรู้ทางหนังสือ และทรงเปลี่ยนระบบการศึกษาเดิมเป็นแบบตะวันตกและทรงตั้งโรงเรียนหลวง  คือ "โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ" พ.ศ. 2427 โดยจัดการศึกษาให้ทัดเทียมกัน และทรงปรับปรุงเป็นโรงเรียนนายทหารมหาดเล็กและได้ตั้งมหาวิทยาลัยแห่งของประเทศไทยคือ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"
ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มาก คือ คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เป็นการศึกษาที่ทันสมัยอย่างมากในปัจจุบัน

การพัฒนาการศึกษาไทย
"เจ้านายราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นลงไป
ตลอดจนถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะให้ได้มีโอกาสเล่าเรียน
ได้เสมอกัน ไม่ว่าเจ้า ว่าขุนนาง ว่าไพร่
เพราะฉะนั้น จึงขอบอกได้ว่าการเล่าเรียนในบ้านเมืองเรานี้
จะเป็นข้อสำคัญที่หนึ่ง ซึ่งฉันจะอุตส่าห์จัดขึ้นให้เจริญให้จงได้"
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ปฏิรูปการศึกษาไทย 1
  การศึกษาไทยเป็นระบบที่ล้มเหลวในการสอนคนอ่าน เขียนได้อย่างแท้จริง
คุณภาพการศึกษาไทยที่พบในโลกจริง
1. เด็กไทยอ่านออกเขียนได้ในระดับที่จำกัด
2. เด็กไทยจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับสูง
3. ท่องจำแต่ไม่เข้าใจ
4. บัณฑิตไม่สามารถทำงานได้ ทำงานไม่เป็น เป็นต้น
อะไรทำให้การศึกษาไทยล้มเหลว
1. รัฐไม่ใส่ใจจัดสรรงบประมาณให้น้อย
2. ครูเงินเดือนน้อย คนเก่งไม่มาเป็นครู
3. เด็กไทยเรียนน้อยเกินไป ไม่ขยัน

การปฏิรูปการศึกษาไทย 2
เป้าหมายการศึกษาที่ดี
ความฉลาดทางปัญญา IQ , ความฉลาดทางอารมณ์ EQ ,ความฉลาดทางสังคม SQ คือ สำนึกในสังคมที่มีความร่วมมือ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ผู้ที่ศึกษาในอุดมศึกษายังขาดด้านอารมณ์และสังคม สังคมไทยถูกครอบงำด้านวัตถุนิยมของระบบเศรษฐกิจ  ทุนนิยม การศึกษากลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ผู้เรียนเป็นแรงงาน โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นโรงงานผลิตแรงงาน

สถานการณ์ การศึกษาไทย 2557 (The State of Thai Education 2014)
การวิจัยของ PISA ในการเปรียบเทียบความสามารถทางด้านการคิด การอ่านและคำนวณ ของนักเรียนอายุ 15 ปีทั่วโลก พบว่านักเรียนไทยมีการศึกษาด้อยกว่าสิงคโปร์และเวียดนาม และในวิจัย The World Economic Forum พบว่าการศึกษาไทยด้อยที่สุดในสมาชิกอาเซียน ซึ่งแรงงานที่มีประสิทธิภาพทางการศึกษาที่ต่ำนั้นทำให้เกิดปัญหาคอขวดของประเทศ ซึ่งทางสำนักงานรองรับมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางศึกษาได้สำรวจโรงเรียน 30,010 โรงเรียนมี 65% ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แปลว่ามีนักเรียนหนึ่งในสามที่จะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ทำให้รัฐมนตรีได้เห็นปัญหาจึงได้สร้างครูพันธุ์ใหม่ตั้งแต่ 2009 ถึง 2013 แต่ก็ไม่ทำให้การศึกษานั้นดีขึ้นเลย จนถึงปัจจุบันการศึกษาไทยก็ยังตามหลังประเทศอื่นอีกมาก

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ปรัชญาการศึกษา

แบบฝึกหัดที่ 2

1. การจัดการศึกษาที่ไม่มีปรัชญาเป็นแนวทางท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรจงอธิบาย

    ตอบ ไม่เห็นด้วย เพราะการศึกษาที่ไม่มีปรัชญาก็เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้แต่ไม่รดน้ำ ซึ่งอาจจะเกิดผลไม่ได้ตามที่คาดหวัง หรืออาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
2. ปรัชญากับการศึกษาท่านคิดว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไรจงอธิบาย
    ตอบ  มีความสัมพันธ์ คือ ปรัชญา คือความรู้หรือองค์ความรู้ที่เป็นความจริงและหากมีการใช้ปรัชญาเป็นแนวทางการศึกษา จะส่งผลให้การศึกษามีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น
3. จงวิเคราะห์การจัดการศึกษาของโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับหลักสูตรการจัดเรียนการสอนและการบริการทางการศึกษาว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ดำเนินการตามแนวคิดการศึกษาของปรัชญาจิตนิยมวัตถุนิยมประสบการณ์นิยมอัตภาวนิยม
    ตอบ  ปรัชญาจิตนิยม เรื่อง การจัดกิจกรรมทางด้านดนตรีให้ผู้เรียน  ปรัชญาวัตถุนิยม เรื่องจัดให้ผู้เรียนเรียนรู้และคุ้นเคยกับสรรพสิ่งธรรมชาติส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าถึงธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมโดยจัดกิจกรรมอาศัยกฎธรรมชาติเป็นหลักประสบการณ์นิยมเรื่อง การที่โรงเรียนเน้นสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้เรียนอัตภาวนิยม เรื่อง การให้ผู้เรียนเลือกกิจกรรมชุมนุมตามอิสระ
4. จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มอนุรักษ์นิยมคือสารัตถนิยมและนิรันตรนิยมเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร                                                                                                                                                                      
    ตอบ  เหมือนกันคือ เชื่อว่าหลักการยอมถูกต้องเสมอเชื่อในคุณงามความดีอันสูงสุดที่ไม่เปลี่ยนแปลง
5. จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มกลุ่มเสรีนิยม (liber view) คือพิพัฒนาการนิยม (progressive)และปฏิรูปนิยม (reconstructionism) เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
    ตอบ  ต่างกัน คือ พิพัฒนาการนิยมมุ่งพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กด้านร่างกายอารมณ์ สังคม และสติปัญญาของเด็กปฏิรูปนิยมการเรียนรู้ที่มีค่าต่อเมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตจริงของผู้เรียน
6. จงอธิบายว่าความดีความงามเป็นสิ่งที่วัดได้หรือไม่จงอธิบาย
    ตอบ วัดได้ คือ ความดีงามเป็นสิ่งที่สามารถวัดได้จากการกระทำของแต่ละบุคคล
7. จงเขียนเรียงความเรื่องโลกทัศน์ของข้าพเจ้าที่มีต่ออาชีพครู
    ตอบ สำหรับดิฉันอาชีพครู เป็นทั้งผู้สร้างคน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้ปลูกจิตสำนึก ตลอดจนผู้ที่พัฒนาต้นกล้าเล็กๆให้เติบโตได้ เพราะครูเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของผู้เรียน ซึ่งสำหรับดิฉันการเป็นครูนี้ไม่เพียงแต่จะมีใจรักในอาชีพเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถอุทิศตนให้แก่การเรียนการสอน หรือแก่นักเรียนได้ การที่ดิฉันเลือกที่จะศึกษาในคณะครุศาสตร์ เพราะดิฉันเป็นคนที่รักเด็ก ชอบถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนๆ และน้องๆ และเหตผลสำคัญๆ คือดิฉันอยากจะพัฒนาโรงเรียนในชนบทให้มีความเท่าเทียมกับโรงเรียนเมือง เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านความรู้ต่างๆของนักเรียน และอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มั่นคง สำหรับตัวดิฉันการที่ดิฉันมาเรียนที่นี้ ดิฉันจะตั้งใจเรียน และจะใฝ่หาความรู้และประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อในอนาคตดิฉันจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ได้ และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียนได้
8. ท่านคิดว่าปรัชญาตะวันตกที่เหมาะสมใช้เป็นแนวทางการจัดการศึกษาของไทยมากที่สุดจงอธิบาย                               ตอบ ปรัชญาปฏิรูปนิยม เพราะว่าเป็นปรัชญาที่มุ่งไปสู่การปฏิบัติและการพัฒนาส่งเสริมให้โรงเรียนมีบทบาทในการปฏิรูปสังคมเพื่อใช้การศึกษาเป็นปัจจัยในการสร้างสังคมใหม่ให้มีความเสมอภาคและมีความเป็นธรรม
9. ท่านคิดว่าพุทธปรัชญาจะมาพัฒนาการศึกษาของไทยได้หรือไม่จงอธิบาย                                                                     ตอบ  พัฒนาได้เพราะ พุทธปรัชญาจะช่วยสอนในเรื่องของการเตือนสติ รู้จักคิด รู้จักวิเคราะห์ และรู้จักผิดชอบชั่วดี ช่วยขัดเกลาจิตใจ และทำให้การศึกษาของไทยเกิดการพัฒนาขึ้นได้
10. ท่านคิดว่าปรัชญาที่จัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญจงบอกชื่อและอธิบายการจัดการสอนที่ยึดเป็นผู้เรียนเป็นสำคัญมีวิธีการจัดอย่างไรอธิบายยกตัวอย่าง
      ตอบ  ปรัชญาปฏิรูปนิยม (reconstructionism) เชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีค่าต่อเมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตจริงของผู้เรียนส่วนการจัดการเรียนการสอนหลักการเชื่อว่า “หนทางปฏิรูปเพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่”(reconstructive road to culture) ยึดถือการศึกษาเพื่อปฏิรูปสังคม เป็นสำคัญ

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษา

แบบฝึกหัด
1. จงประมวลความหมายของคําว่า “การศึกษา” 5 นิยาม
     ตอบ  นิยามที่ 1  ความหมายของคําว่า “การศึกษา” ตามรากศัพท์เดิม ตรงกับคําภาษาอังกฤษคือ “Education” มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน 3 คําคือ“Educere” หมายถึง “to bring up” หรือ “to nourish” แปลว่า การเลี้ยงดู ดังนั้น การศึกษา หมายถึง การได้รับการเลี้ยงดูทําให้เกิดความเจริญเติบโต สําหรับคําว่า  “Educare” ความหมายถึง “to lead out” หรือ “to draw” แปลวา ชักนํา ดึงออกมา หมายถึงนําสิ่งที่มีอยูในตัวผู้เรียนให้ปรากฏออกมา  และคําว่า  “Educatum” หมายถึง “teaching” หรือ “training” แปลว่า  การสอนหรือ การฝึกอบรม และความหมายจากคําหลังนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากทําให้เกิดความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
               นิยามที่ 2  พลาโต นักปรัชญาชาวกรีก ได้กล่าวว่า การศึกษา หมายถึง การที่เราสามารถทำให้ผู้เรียนรู้สึกมีความสุขหรือเป็นทุกข์ได้
                นิยามที่ 3   สปินด์เลอร์ นักมนุษยวิทยา กล่าวว่า การศึกษา หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นให้แต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นในทุกๆด้าน
                นิยามที่ 4  จอห์น ดิวอี้  กล่าวว่า การศึกษาคือ กระบวนการทำให้ผู้เรียนเกิดความเจริญงอกงาม ทำให้เกิดการจัดประสบการณ์และเกิดกระบวนการทางสังคม
                นิยามที่ 5  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายคําว่า การศึกษา ว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ สร้างองค์ความรู้ การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อยางต่อเนื่องตลอดชีวิต
2. คําว่า การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย
     ตอบ  เห็นด้วย เพราะ การศึกษาทำให้มีการค้นคว้า มีการเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน และทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ขึ้น อย่างเป็นระบบ
3. ในฐานะที่ท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู จงให้นิยามการศึกษาตามคิดเห็นของท่าน
     ตอบ การศึกษา คือ การพัฒนาบุคลิกภาพของผู้เรียน ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึกอบรม ตลอดจนการสร้างความจรรโลงใจให้แก่นักเรียน
4. ความมุ่งหมายทั่วไปและความมุ่งหมายเฉพาะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
     ตอบ  แตกต่างกัน เพราะ ความมุ่งหมายทั่วไปจะกล่าวอย่างกว้างๆ ครอบคลุมในหลายๆ ด้าน แต่ความมุ่งหมายเฉพาะ เป็นความมุ่งหมายที่จะกล่าวเฉพาะเรื่อง ไม่ได้กล่าวครอบคลุม
5. ความมุ่งหมายคืออะไร ความมุ่งหมายการศึกษาระดับชาติ ความมุ่งหมายการศึกษา แต่ละระดับ ความมุ่งหมายระดับหลักสูตร และความมุ่งหมายระดับหมวด และความมุ่งหมายระดับการสอน มีความสัมพันธ์หรือแตกต่างกันอย่างไร
     ตอบ  ความมุ่งหมาย คือ แนวคิดหรือปรัชญาที่บุคคลกำหนดไว้ล่วงหน้า ในการทำกิจกรรมใดๆ โดยมีการวางแผนสำหรับเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้ลุล่วงและเกิดวัตถุประสงค์ ดังนั้นความมุ่งหมายทุกระดับจึงต้องสอดคล้องสัมพันธ์กันเพื่อจะได้บรรลุผลลัพธ์และถูกต้องตามวัตถุประสงค์
6. องค์ประกอบที่ใช้กำหนดความมุ่งหมายของการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบาย
     ตอบ องค์ประกอบที่ใช้ในการกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษา มีประเด็นสรุปได้ดังนี้
1) ปรัชญาการศึกษา เป็นแนวทางที่กำหนดตามความมุ่งหมาย และกำหนดทิศทาง ให้การศึกษาดําเนินการไปในแนวทางของปรัชญานี้
2 )จิตวิทยาการศึกษา คํานึงถึงผู้เรียนเกี่ยวกับผู้เรียน กระบวนการเรียน การแนะแนว การกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษานําไปสู่พัฒนาการของผู้เรียน วิธีวัดคุณค่า เพื่อกาหนดความมุ่งหมายให้สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว
3) การจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม สืบสานวัฒนธรรม ปกครองระบอบประชาธิปไตย ความมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อให้บุคคลสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และการดําเนินชีวิตของตนเองให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน ซึ่งความมุ่งหมายจะต้องนําแนวคิดเหล่านี้ มากำหนดเป็นความมุ่งหมายไว้ได้ดังกล่าว
4) บริบทของชุมชน รวมทั้งฐานะทางเศรษฐกิจของคนใน แหล่งวิทยากรของคนในชุมชน ซึ่งการดําเนินการศึกษา อาศัยคนในชุมชน แหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรในท้องถิ่น ความมุ่งหมายจําเป็นต้องนําสิ่งที่กล่าวถึงมากำหนดเป็นความมุ่งหมายของการศึกษา
5) ต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์กันเป็นวิธีที่ทําให้ทราบว่า การจัดการศึกษาของประเทศต่าง ๆ มีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศเรา เช่น การเปิดเสรี สมาคมอาเซียน จะมีผลกระทบต่อการศึกษาเราจําเป็นต้องวิเคราะห์สภาพสังคมบริบทของเราและของประเทศในกลุ่มสมาคมอาเซียน แล้วนํามากำหนดเป็นจุดมุ่งหมายให้สอดคล้องกัน  
6) เทคโนโลยี เป็นผลทําให้การจัดการศึกษาสะดวกและเป็นไปอย่างรวดเร็ว เปิด โลกการติดต่อสื่อสารได้ทุกมุมของโลก จะต้องนําหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้วัสดุอุปกรณ์การสอนหลากหลาย การกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประกอบ กับความสะดวกรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
 7. ทําไมการจัดการศึกษาไทยสมัยต่าง ๆ จึงต้องกำหนดความมุ่งหมายการศึกษา ที่จะบ่งบอกความเป็นมาของการศึกษาไทยได้หรือไม่อยางไร จงอธิบาย   
     ตอบ การศึกษาของคนไทยตั้งแต่สุโขทัยจนมาถึงปัจจุบัน  มีเป้าหมายที่จะพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในทุกๆด้านทั้งความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม ปลุกใจให้รักชาติ ให้มีความสามัคคีปรองดอง สาเหตุที่ทำให้ต้องมีการกำหนดความมุ่งหมายการศึกษาในสมัยต่างๆ คือการกำหนดความมุ่งหมายการศึกษา นั้นต้องอาศัยบริบทของชุมชน  ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ  และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี  และจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพของสังคม ซึ่งจากการกำหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาในสมัยต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงความเป็นมาและสภาพการของสังคมของไทยตั้งอดีตมาจนถึงปัจจุบันได้ว่าเป็นมาอย่างไร
8. ในฐานะท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ท่านคิดว่าการศึกษามีความสําคัญต่อประเทศอย่างไร จงอธิบาย
     ตอบ  มีความสำคัญมาก เพราะ การศึกษาเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจ ให้แต่ละบุคคล ซึ่งแต่ละบุคคลจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์และสามารถพัฒนาประเทศได้
 9. แนวคิดพุทธทาสภิกขุ ได้กล่าวว่า การศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่มนุษย์ควรจะได้โดยการทําลายซึ่งสัญชาตญาณอย่างสัตว์ แล้วมีการประพฤติกระทําอย่างมนุษย์ที่ มีจิตใจสูงโดยสมบูรณ์ และสิ่งที่ดีที่สุดตามหลักศาสนาพุทธที่ว่า กินอยู่อย่างพอดี อย่ากินส่วนเกินอย่าใช้ส่วนเกินเพื่อจะให้เป็นไปได้อะไรอีกอันหนึ่งซึ่งสูงสุดเรียกว่า “บรมธรรม” และการศึกษา เพื่อธรรมาธิปไตยและเป็นเรื่องคนมีปัญญา ต้องมีปัญญาแท้จริงสูงสุด เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร
     ตอบ  เห็นด้วย เพราะ การศึกษาจะทำให้เกิดกระบวนการพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งคนที่จะมีปัญญาได้นั้นควรจะผ่านการฝึกฝนทางด้านต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาตนเอง
 10. แนวคิดของนักการศึกษาไทยที่ท่านชอบมากที่สุด 1 ท่าน แสดงทัศนะของท่านต่อแนวความคิดการจัดการศึกษาของไทย
     ตอบ พนม พงษ์ไพบูลย์ กล่าวว่า การศึกษามีความสำคัญ 3 ประเด็น คือ 1)สร้างคนดีให้แก่สังคม 2)กระบวนการทำให้คนฉลาด 3)ทำให้คนนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้ ซึ่งตามทัศนะก็จะกล่าวได้ว่า 1)การศึกษาคือการสร้างคนดีให้แก่สังคม ก็คือ การศึกษาสามารถขัดเกลาจิตใจของคนได้ เช่น เมื่อเราได้รับการศึกษาเราก็จะเกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นได้ 2)การศึกษาทำให้คนฉลาดได้ คือ ตลอดจนการศึกษผู้ที่ศึกษาจะได้รับการฝึก อบรม การพัฒนาตนเองในด้านต่างๆซึ่งกระบวนการในการศึกษานั้นจะทำให้ผู้ที่ศึกษาเกิดการพัฒนาสติปัญญาไปในระดับที่สูงขึ้นได้ 3)การศึกษาทำให้คนนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้ คือ เมื่อเราศึกษาแล้วเกิดกระบวนการเรียนรู้ทำให้แต่ละบุคคลสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เล่าเรื่องตัวเองพอสังเขป

ให้นักศึกษาเล่าเรื่องตนเองพอสังเขป ดังนี้
1. ปรัชญาชีวิต
     ปรัชญาชีวิตของข้าพเจ้า คือ สายน้ำไม่มีวันไหลย้อนกลับ
2.การศึกษา
     ข้าพเจ้าจบการศึกษา มาจากโรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา
3.ทำไมจึงอยากเรียนครู
     เหตผลที่ข้าพเจ้าอยากเรียนครู เพราะข้าพเจ้าเป็นคนที่ชอบถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลอื่น และข้าพเจ้าอยากจะไปสอนให้นักเรียนในโรงเรียนแถบทุรกันดาร ให้มีความรู้ทัดเทียมกับบุคคลอื่นๆ
4.สิ่งที่อยากทำในอนาคต
     สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากทำในอนาคต คือ ข้าพเจ้าอยากเรียนจบในระยะเวลา 5 ปี และมีงานทำ สามารถเลี้ยงตัวข้าพเจ้าเองได้ และสามารถดูแลพ่อแม่ได้
5.สิ่งที่ชอบ และไม่ชอบ
     สิ่งที่ชอบ คือ รอยยิ้ม ความจริงใจ และการมีสัมพันธ์ภาพที่ดีกับผู้อื่น
     สิ่งที่ไม่ชอบ คือ การโกหก ความกดดัน และการพูดคำหยาบ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำต่างๆ